นักศึกษา (Student):
6310420060 นางสาว อามีณี สารอเอ็ง
การพัฒนาโปรแกรมสนับสนุนการจัดการตนเองร่วมกับแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือสำหรับ
ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงที่ควบคุมความดันโลหิตไม่ได้
ปีผลงานวิจัย (Research Year):
2026
อาจารย์ที่ปรึกษา (Advisor):
ผศ.ดร. อาภรณ์ทิพย์ บัวเพ็ชร์
คำสำคัญ (Keywords):
#การจัดการตนเอง#โรคความดันโลหิตสูงที่ควบคุมไม่ได้#โปรแกรมสนับสนุนการจัดการตนเองร่วมกับ แอปพลิเคชัน#uncontrolled hypertension#self-management support program with mobile application#self-management
วัตถุประสงค์ (Objectives)
1. เพื่อพัฒนาโปรแกรมสนับสนุนการจัดการตนเองร่วมกับแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือสำหรับผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงที่ควบคุมความดันโลหิตไม่ได้
2. เพื่อเปรียบเทียบความรู้เรื่องโรคความดันโลหิตสูง ความรู้เกี่ยวกับพฤติกรรมสุขภาพ และการรับรู้ความสามารถในการจัดการตนเองก่อนและหลังทดลองใช้งานโปรแกรมสนับสนุนการจัดการตนเองร่วมกับแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือ
3. เพื่อประเมินความเป็นไปได้ในการใช้งานและความพึงพอใจในการใช้งานโปรแกรมสนับสนุนการจัดการตนเองร่วมกับแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือ
วิธีการดำเนินการวิจัย (Methodology)
การวิจัยและพัฒนา (R&D) แบ่งเป็น 2 ระยะ คือ
ระยะที่ 1: พัฒนาโปรแกรมฯ (R1 ?? D1)
กลุ่มตัวอย่าง คือ พยาบาลวิชาชีพ จำนวน 5 คน
ของคลินิกโรคเรื้อรัง ในโรงพยาบาลชุมชนจังหวัดปัตตานี
ขั้นตอนที่ 1 รวบรวมข้อมูลและวิเคราะห์ แผนผังความคิด (Mapping diagram) ขั้นตอนที่ 2 ทวนและคัดเลือกหลักฐานเชิงประจักษ์ที่มีคุณภาพ ขั้นตอนที่ 3 วิเคราะห์ สังเคราะห์ และสร้าง ร่างโปรแกรมฯ
ระยะที่ 2: ทดลองตรวจสอบคุณภาพและปรับปรุง (R2 ?? D2)
กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูง 25 คน ตามเกณฑ์การคัดเข้าศึกษา ของโรงพยาบาลชุมชน ในจังหวัดปัตตานี
ขั้นตอนที่ ตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหาโดยผู้ทรงคุณวุฒิ ขั้นตอนที่ 2 ทดลองใช้งานโปรแกรมฯกับกลุ่มตัวอย่าง ขั้นตอนที่ 3 ประเมินความเป็นไปได้และความพึงพอใจในการใช้งาน ขั้นตอนที่ 4 สรุปผลและประเมินผลปรับปรุงและแก้ไขโปรแกรมฯ
ครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
1. โปรแกรมสนับสนุนการจัดการตนเองร่วมกับแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือ
2. แบบประเมินข้อมูลทั่วไปและข้อมูลทางคลินิก จำนวน 10 ข้อ
3. แบบประเมินผลลัพธ์ทางสุขภาพ 3 ส่วน ประกอบด้วย
3.1 แบบประเมินความรู้เรื่องโรคความดันโลหิตสูง จำนวน 10 ข้อ
3.2 แบบประเมินความรู้เกี่ยวกับพฤติกรรมสุขภาพที่เหมาะสม จำนวน 25 ข้อ
3.3 แบบประเมินการรับรู้ความสามารถในการจัดการตนเอง จำนวน 21 ข้อ
4. แบบประเมินความเป็นไปได้ในการใช้งาน จำนวน 10 ข้อ
5. แบบประเมินความพึงพอใจ จำนวน 5 ข้อ
ผลการวิจัย (Research Results)
ส่วนที่ 1 องค์ประกอบของโปรแกรมสนับสนุนการจัดการตนเองร่วมกับแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือสำหรับผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงที่ควบคุมความดันโลหิตไม่ได้ประกอบด้วย 3 องค์ประกอบ
ส่วนที่ 2 ข้อมูลทั่วไป ส่วนใหญ่เพศหญิง 84% อายุเฉลี่ยเท่ากับ 53 ปี ระยะเวลาเจ็บป่วย HT เฉลี่ยเท่ากับ 2 ปี อ้วนลงพุง 68% มีค่าความดันโลหิตสูง (ระดับ 1) 78%
ส่วนที่ 3 ความรู้เรื่องโรคความดันโลหิตสูงคะแนนความรู้เรื่องโรคความดันโลหิตสูง หลังการทดลองใช้โปรแกรมฯ (M = 8.08, SD = 0.70, Min – Max = 7.00-10.00) สูงกว่าก่อนการทดลองใช้โปรแกรมฯ (M = 7.04, SD = 1.30, Min – Max = 5.00-9.00) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (t = 4.90, df = 24, p <.001)
ส่วนที่ 4 ความรู้เกี่ยวกับพฤติกรรมสุขภาพ คะแนนความรู้เกี่ยวกับพฤติกรรมสุขภาพหลังการทดลองใช้โปรแกรมฯ (M = 19.88, SD = 3.27, Min – Max = 13.00-25.00) สูงกว่าก่อนการทดลองใช้โปรแกรมฯ (M = 14.00, SD = 2.00, Min – Max = 11.00-18.00) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (t = 9.13, df = 24, p <.001)
ส่วนที่ 5 การรับรู้ความสามารถในการจัดการตนเอง คะแนนการรับรู้ความสามารถในการจัดการตนเองหลังการทดลองใช้โปรแกรมฯ (M = 70.12, SD = 3.84, Min – Max = 64.00-78.00) สูงกว่าก่อนการทดลองใช้โปรแกรมฯ (M = 63.52, SD = 6.94, Min – Max = 53.00-78.00) อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (t = 6.22, df = 24, p <.001)
ส่วนที่ 6 ความเป็นไปได้ในการใช้งานโปรแกรมฯ ใช้เกณฑ์อิงกลุ่ม พบว่า หลังการทดลองผู้ป่วยส่วนใหญ่มีระดับความคิดเห็นอยู่ในระดับปานกลาง 48%
ส่วนที่ 7 ความพึงพอใจต่อโปรแกรมฯ ใช้เกณฑ์อิงกลุ่ม พบว่า ส่วนใหญ่มีระดับความพึงพอใจระดับมาก 40%
สรุปและข้อเสนอแนะ (Conclusion and Recommendations)
1. ความรู้เรื่องโรคความดันโลหิตสูงและความรู้เกี่ยวกับพฤติกรรมที่เหมาะสมเพิ่มขึ้น เนื่องจาก ผู้ป่วยสามารถรู้จำและนำความรู้มาประยุกต์ใช้ได้จริงเนื้อหาเฉพาะเจาะจง สอดคล้องกับการ ศึกษาของ Naboon et al. (2024)
2. การรับรู้ความสามารถในการจัดการตนเองเพิ่มขึ้น เนื่องจากองค์ประกอบ 6 ขั้นตอนของ Creer (2000) มีขั้นตอนที่ชัดเจนและเข้าใจง่ายผู้ป่วยกำหนดเป้าหมายระยะสั้นแต่ละสัปดาห์ สอดคล้องกับการศึกษาของ Wattana et al. (2022)
3. ความเป็นไปได้ในการใช้งานโปรแกรมฯ อยู่ในระดับปานกลาง การทบทวนวรรณกรรมอย่างเป็นระบบของ Almasi et al. (2020) สรุปได้ว่า ฟังก์ชันที่ถูกนำมาใช้บ่อย คือ การสื่อสาร การแจ้งเตือน การให้ความรู้ และการติดตามผล โดยฟังก์ชันต่าง ๆ เหล่านี้จะส่งผลบวกต่อการลดระดับความดันโลหิตได้
4. ความพึงพอใจอยู่ในระดับพึงพอใจมาก เนื่องจากเป็นประโยชน์ และตรงตามความต้องการใช้งานสอดคล้องกับการศึกษาของ Bozorgi et al. (2021) พบว่ากลุ่มที่ใช้แอปพลิเคชันมีคะแนนความร่วมมือในการรักษาเพิ่มขึ้น
การนำไปใช้ประโยชน์
โรงพยาบาลและหน่วยบริการปฐมภูมิสามารถปรับให้เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่ เพื่อเป็นการเพิ่มคุณภาพการบริการสำหรับผู้ป่วยโรคความดันโลหิตสูงที่ควบคุมโรคไม่ได้ เนื่องจากเนื้อหาอยู่บนพื้นฐานของหลักฐานเชิงประจักษ์ที่น่าเชื่อถือ