รายละเอียดงานวิจัย (Research Details)
นักศึกษา (Student): 6310420029 นาง ศิริสุข ชูเย็น

ผลของโปรแกรมเสริมพลังชุมชนในการส่งเสริมการดูแลตนเองต่อการดูแลตนเองด้านการยศาสตร์และความรุนแรงของโรคข้อเข่าเสื่อมในผู้สูงอายุที่ประกอบอาชีพกรีดยางพารา

ปีผลงานวิจัย (Research Year): 2025
อาจารย์ที่ปรึกษา (Advisor): รศ.ดร. พัชรี คมจักรพันธุ์
คำสำคัญ (Keywords):
#โปรแกรมเสริมพลังชุมชน#การดูแลตนเองด้านการยศาสตร์

วัตถุประสงค์ (Objectives)
1. เพื่อเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยการดูแลตนเองด้านการยศาสตร์และระดับความรุนแรงของข้อเข่าเสื่อมในกลุ่มผู้สูงอายุที่มีอาชีพกรีดยางพาราก่อนและหลังเข้าร่วมโปรแกรมเสริมพลังชุมชนในการส่งเสริมการดูแลตนเองด้านการยศาสตร์
2. เพื่อเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยการดูแลตนเองด้านการยศาสตร์และความรุนแรงของโรคข้อเข่าเสื่อม ระหว่างกลุ่มผู้สูงอายุที่เข้าร่วมโปรแกรมเสริมพลังชุมชน กับกลุ่มที่ได้รับการดูแลตามแนวทางปฏิบัติปกติ
วิธีการดำเนินการวิจัย (Methodology)
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลองแบบ 2 กลุ่ม เปรียบเทียบการวัดก่อนและหลังการทดลอง (two group pre-posttest design)
ผลการวิจัย (Research Results)
ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มทดลองมีคะแนนการดูแลตนเองด้านการยศาสตร์สูงกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญ (t =1.03, p=.03) และมีระดับความรุนแรงของโรคข้อเข่าเสื่อมลดลงอย่างมีนัยสำคัญ (t = 27.13, p<.001) คะแนนการดูแลตนเองด้านการยศาสตร์ภายในกลุ่มทดลองเพิ่มขึ้นจากระดับปานกลางเป็นระดับสูง (t= 46.33, p<.001) และความรุนแรงของโรคข้อเข่าเสื่อมลดลงลงจากระดับปานกลางเป็นระดับน้อย (t = 48.08, p<.001) สรุปได้ว่า โปรแกรมเสริมพลังชุมชน มีประสิทธิผลในการปรับพฤติกรรมการดูแลตนเองด้านการยศาสตร์ ลดความรุนแรงของโรคข้อเข่าเสื่อม ส่งผลให้ผู้สูงอายุยังคงสามารถประกอบอาชีพได้อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมมีคุณภาพชีวิตที่ดีและสมดุลในระยะยาว
สรุปและข้อเสนอแนะ (Conclusion and Recommendations)
1. จุดเด่นของโปรแกรมเสริมพลังชุมชน คือ ด้านการรวมพลังการมีส่วนร่วมในการรวมกลุ่มแกนนำและผู้สูงอายุข้อเข่าเสื่อมที่ประกอบอาชีพกรีดยางพารา ได้เน้นการสร้าง ความเข้มแข็งของชุมชน ผ่านกระบวนการมีส่วนร่วมในการดำเนินการขับเคลื่อนกิจกรรมต่างๆ โดยเปิดโอกาสให้ทุกคนร่วมคิด วิเคราะห์ ร่วมก้นออกแบบกิจกรรม และตัดสินใจเลือกกิจกรรมตามความต้องการและความเหมาะสมของบริบทพื้นที่ เพื่อให้เกิดการดูแลตนเองด้านการยศาสตร์ได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมและลดความรุนแรงของโรคข้อเข่าเสื่อมที่สามารถทำได้จริงและมีความยั่งยืน ดังนั้น พยาบาลชุมชน หรือบุคคลในหน่วยบริการปฐมภูมิควรศึกษาบริบทพื้นที่ และวัฒนธรรม ทำความเข้าใจขั้นตอนในโปรแกรมเสริมพลังชุมชนก่อนนำไปใช้และสามารถปรับกิจกรรมให้เหมาะสมและสอดคล้องกับกลุ่มเป้าหมาย รวมถึงบริบทของพื้นที่
2. การสร้างพลังอำนาจให้บุคคลและชุมชน จุดแข็งของโปรแกรมนี้อยู่ที่การพัฒนาการเสริมพลังอำนาจ (empowerment) ทั้งในระดับบุคคลและระดับชุมชน การเลือกแกนนำในชุมชนที่มีความสามารถและมีบทบาทในการขับเคลื่อนกิจกรรม และการคัดเลือกผู้สูงอายุที่มีแรงจูงใจสูงในการมีส่วนร่วมและปฏิบัติตามโปรแกรมอย่างต่อเนื่อง จะช่วยเสริมสร้างศักยภาพในการดูแลสุขภาพตนเองให้ดียิ่งขึ้น และทำให้ความรุนแรงของโรคข้อเข่าเสื่อมลดลงได้อย่างมีประสิทธิภาพ
3. การจัดการสื่อและเครื่องมือการเรียนรู้ที่เหมาะสมกับผู้สูงอายุ ในการถ่ายทอดการให้ความรู้เกี่ยวกับโรคข้อเข่าเสื่อม และการดูแลตนเองด้านการยศาสตร์ ควรใช้สื่อที่เข้าถึงง่าย เช่น การใช้สื่อวีดีทัศน์ภาษาที่เข้าใจง่ายควรมีภาพประกอบชัดเจน และตัวอักษรใหญ่ ในคู่มือสำหรับ แกนนำ คู่มือการบันทึกการดูแลตนเอง ทำให้กลุ่มตัวอย่างสามารถทำความเข้าใจได้ง่าย และสามารถทบทวนความรู้เพิ่มเติมได้ที่บ้านอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดการเรียนรู้และนำไปใช้ได้จริง
มีการเผยแพร่ (Published)