รายละเอียดงานวิจัย (Research Details)
นักศึกษา (Student): 6610420022 นางสาว ภณิตา แก้วปนทอง

ประสบการณ์อาการ และวิธีการจัดการอาการในผู้ป่วยภาวะหัวใจล้มเหลวระยะก้าวหน้า

ปีผลงานวิจัย (Research Year): 2026
อาจารย์ที่ปรึกษา (Advisor): ผศ.ดร. ศมนนันท์ ทัศนีย์สุวรรณ
คำสำคัญ (Keywords):
#ประสบการณ์อาการ วิธีการจัดการอาการ ผู้ป่วยภาวะหัวใจล้มเหลวระยะก้าวหน้า

วัตถุประสงค์ (Objectives)
1. ศึกษาประสบการณ์อาการของผู้ป่วยภาวะหัวใจล้มเหลวระยะก้าวหน้า
2. ศึกษาวิธีการจัดการอาการของผู้ป่วยภาวะหัวใจล้มเหลวระยะก้าวหน้า
วิธีการดำเนินการวิจัย (Methodology)
การวิจัยเชิงบรรยาย (descriptive research) มีวัตถุประสงค์ เพื่อศึกษาประสบการณ์อาการ และวิธีการจัดการอาการในผู้ป่วยภาวะหัวใจล้มเหลวระยะก้าวหน้า ที่เข้ารับการรักษาและติดตามอาการในแผนกผู้ป่วยนอก หอผู้ป่วยอายุรกรรม และที่พักรักษาตัวที่บ้าน โรงพยาบาลระดับตติยภูมิแห่งหนึ่งในจังหวัดสงขลา
ผลการวิจัย (Research Results)
ผลการศึกษา 1. ประสบการณ์การอาการที่เกิดมากที่สุดคือ อาการหายใจลำบากเมื่อนอนราบ ร้อยละ 96.40 อาการหายใจไม่อิ่ม/หายใจตื้น อาการอ่อนเพลียเปลี้ย ไม่มีแรง อาการรู้สึกง่วงนอนเซื่องซึม และอาการลุกขึ้นหอบตอนกลางคืน ร้อยละ (94.00, 92.90, 88.10, 84.50) ตามลำดับ 2.วิธีการจัดการอาการโดยรวมของกลุ่มตัวอย่างมากที่สุด 1) วิธีนั่ง/นอนพัก ร้อยละ 100.00 ประสิทธิผลของวิธีการจัดการอาการระดับมาก( M=4.50, SD=0.50) และกลุ่มตัวอย่างเลือกการไปโรงพยาบาล ร้อยละ 100.00 ประสิทธิผลของวิธีการจัดการอาการระดับมาก (M=4.14, SD= 0.52) ร่วมกับวิธีการจัดการอาการโดยใช้ยาแผนปัจจุบัน/ยาแผนโบราณหรือสมุนไพร กลุ่มตัวอย่างเลือกใช้วิธีการจัดการโดยใช้ยาแผนปัจจุบัน อื่น ๆ ร้อยละ 100.00 ประสิทธิผลของวิธีการจัดการอาการ อยู่ในระดับมาก (M=3.96, SD=0.45)
สรุปและข้อเสนอแนะ (Conclusion and Recommendations)
ข้อสรุป 1. ประสบการณ์การอาการที่เกิดมากที่สุดคือ อาการหายใจลำบากเมื่อนอนราบ ร้อยละ 96.40 อาการหายใจไม่อิ่ม/หายใจตื้น อาการอ่อนเพลียเปลี้ย ไม่มีแรง อาการรู้สึกง่วงนอนเซื่องซึม และอาการลุกขึ้นหอบตอนกลางคืน ร้อยละ (94.00, 92.90, 88.10, 84.50) ตามลำดับ 2.วิธีการจัดการอาการโดยรวมของกลุ่มตัวอย่างมากที่สุด 1) วิธีนั่ง/นอนพัก ร้อยละ 100.00 ประสิทธิผลของวิธีการจัดการอาการระดับมาก( M=4.50, SD=0.50) และกลุ่มตัวอย่างเลือกการไปโรงพยาบาล ร้อยละ 100.00 ประสิทธิผลของวิธีการจัดการอาการระดับมาก (M=4.14, SD= 0.52) ร่วมกับวิธีการจัดการอาการโดยใช้ยาแผนปัจจุบัน/ยาแผนโบราณหรือสมุนไพร กลุ่มตัวอย่างเลือกใช้วิธีการจัดการโดยใช้ยาแผนปัจจุบัน อื่น ๆ ร้อยละ 100.00 ประสิทธิผลของวิธีการจัดการอาการ อยู่ในระดับมาก (M=3.96, SD=0.45)
ข้อเสนอแนะ
1. ด้านการปฏิบัติการพยาบาล
1.1 ผลจากการศึกษาในครั้งนี้ สามารถเป็นข้อมูลพื้นฐาน สำหรับพยาบาลในการวางแผนการดูแลผู้ป่วยภาวะหัวใจล้มเหลวระยะก้าวหน้า แนะนำให้ผู้ป่วยตระหนักถึงความรวดเร็วในการประเมินอาการเพื่อลดความถี่ของอาการ ความรุนแรงและความทุกข์ทรมานของอาการที่จะเกิดขึ้น และสามารถเลือกใช้วิธีการจัดการอาการด้วยวิธีต่าง ๆ อย่างมีประสิทธิภาพและเหมาะสม เป็นการลดอัตราการกลับเข้านอนโรงพยาบาลซ้ำ เพิ่มคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย
1.2 ผลการศึกษาในครั้งนี้พบกลุ่มผู้ป่วยที่มีปัญหาเรื้อรังในการดูแลตนเอง และการกลับเข้าโรงพยาบาลซ้ำ สามารถเน้นการจัดการรายกรณี เพื่อเพิ่มคุณภาพชีวิตและการดูแลที่เน้นผลลัพธ์ด้านภาวะสุขภาพ
2. ด้านการวิจัย
2.1 เป็นข้อมูลในการศึกษาพัฒนาแบบประเมินวิธีการจัดการอาการอาการในผู้ป่วยภาวะหัวใจล้มเหลวระยะก้าวหน้าได้
2.2 เป็นข้อมูลในการศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์และปัจจัยทำนายในผู้ป่วยภาวะหัวใจล้มเหลวระยะก้าวหน้าได้
2.3 สามารถเป็นข้อมูลพื้นฐานที่นำไปใช้ในการเป็นข้อมูล สนับสนุนในการศึกษาวิจัยในครั้งต่อไปเกี่ยวกับกับประสบการณ์การมีอาการ นำไปสู่การจัดทำโปรแกรมวิธีการจัดการอาการผู้ป่วยภาวะหัวใจล้มเหลวระยะก้าวหน้าได้อย่างเหมาะสม
3. ด้านการศึกษา
ควรจัดอบรมให้แก่พยาบาลวิชาชีพหอผู้ป่วยในและหอผู้ป่วยนอกในการใช้แบบประเมินประสบการณ์อาการ และวิธีการจัดการในผู้ป่วยภาวะหัวใจล้มเหลวระยะก้าวหน้า เพื่อเป็นการเข้าถึงการรักษาครบทุกมิติ เพื่อคงคุณภาพชีวิตดีขึ้น