นักศึกษา (Student):
6610420003 นางสาว กชวรรณ ลูกมณี
ผลของโปรแกรมส่งเสริมสมรรถนะแห่งตนผ่านแอปพลิเคชันไลน์ต่อพฤติกรรมการป้องกันการเกิดแผลเบาหวานที่เท้าและระดับน้ำตาลสะสมในเลือดในผู้ป่วยเบาหวานที่ควบคุมไม่ได้
ปีผลงานวิจัย (Research Year):
2026
อาจารย์ที่ปรึกษา (Advisor):
รศ.ดร. กันตพร ยอดใชย
คำสำคัญ (Keywords):
#โปรแกรมส่งเสริมสมรรถนะแห่งตน#แอปพลิเคชันไลน์#ผู้ป่วยเบาหวานที่ควบคุมไม่ได้
วัตถุประสงค์ (Objectives)
1. เพื่อเปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ยของพฤติกรรมการป้องกันการเกิดแผลเบาหวานที่เท้าของกลุ่มทดลองก่อนและหลังได้รับโปรแกรมส่งเสริมสมรรถนะแห่งตนผ่านแอปพลิเคชันไลน์
2. เพื่อเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยของระดับน้ำตาลสะสมในเลือดของกลุ่มทดลองก่อนและหลังได้รับโปรแกรมส่งเสริมสมรรถนะแห่งตนผ่านแอปพลิเคชันไลน์
3. เพื่อเปรียบเทียบผลต่างค่าเฉลี่ยของคะแนนพฤติกรรมการป้องกันการเกิดแผลเบาหวานที่เท้าก่อนและหลังได้รับโปรแกรมส่งเสริมสมรรถนะแห่งตนผ่านแอปพลิเคชันไลน์ระหว่างกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม
4. เพื่อเปรียบเทียบผลต่างค่าเฉลี่ยของระดับน้ำตาลสะสมในเลือดก่อนและหลังได้รับโปรแกรมส่งเสริมสมรรถนะแห่งตนผ่านแอปพลิเคชันไลน์ระหว่างกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม
วิธีการดำเนินการวิจัย (Methodology)
การศึกษาครั้งนี้เป็นการวิจัยกึ่งทดลอง (Quasi-experimental design) แบบ 2 กลุ่มวัดผลก่อนและหลังทดลอง (Pretest-posttest control group design) เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมส่งเสริมสมรรถนะแห่งตนผ่านแอปพลิเคชันไลน์ต่อพฤติกรรมการป้องกันการเกิดแผลเบาหวานที่เท้าและระดับน้ำตาลสะสมในเลือดในผู้ป่วยเบาหวานที่ควบคุมไม่ได้
ผลการวิจัย (Research Results)
เป็นไปตามสมมติฐานการวิจัยคือ 1. คะแนนเฉลี่ยพฤติกรรมการป้องกันการเกิดแผลเบาหวานที่เท้าก่อนได้รับโปรแกรมเท่ากับ 122.12 (SD=9.28) และหลังได้รับโปรแกรมเท่ากับ 147.04 (SD=12.12) จะเห็นได้ว่าคะแนนเฉลี่ยพฤติกรรมการป้องกันการเกิดแผลเบาหวานที่เท้าหลังได้รับโปรแกรมของกลุ่มทดลองเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<.05)
2. ค่าเฉลี่ยของระดับน้ำตาลสะสมในเลือดก่อนได้รับโปรแกรมเท่ากับ 9.39 (SD=1.66) และหลังได้รับโปรแกรมเท่ากับ 7.46 (SD=1.17) จะเห็นได้ว่าค่าเฉลี่ยของระดับน้ำตาลสะสมในเลือดหลังได้รับโปรแกรมของกลุ่มทดลองลดลงอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (p<.05)
3. ผลต่างค่าเฉลี่ยของคะแนนพฤติกรรมการป้องกันการเกิดแผลเบาหวานที่เท้า (หลัง-ก่อน) พบว่ากลุ่มทดลองมีผลต่างของค่าเฉลี่ยเท่ากับ 24.92 (SD=11.46) ขณะที่กลุ่มควบคุมมีผลต่างค่าเฉลี่ยเท่ากับ 8.92 (SD=14.28) เมื่อเปรียบเทียบผลต่างค่าเฉลี่ยของคะแนนพฤติกรรมการป้องกันการเกิดแผลเบาหวานที่เท้าระหว่างกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม พบว่าผลต่างค่าเฉลี่ยของคะแนนพฤติกรรมการป้องกันการเกิดแผลเบาหวานที่เท้าก่อนและหลังได้รับโปรแกรมส่งเสริมสมรรถนะแห่งตนผ่านแอปพลิเคชันไลน์ของกลุ่มทดลองเพิ่มขึ้นมากกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 (t=4.37, ?=16.00; 95% CI: 8.64–23.36, p<.01) เมื่อพิจารณารายด้าน ด้านการทำสมาธิบำบัดเอสเคที (SKT) เป็นด้านที่มีผลต่างของคะแนนเฉลี่ยเพิ่มขึ้นมากกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติสูงที่สุด (t=17.25, p<.05) ในส่วนด้านการดูแลเท้า ด้านการใช้ยาและรับประทานยาและด้านการควบคุมอาหาร แม้ว่าคะแนนเฉลี่ยของกลุ่มทดลองเพิ่มขึ้นมากกว่ากลุ่มควบคุมในเชิงเปรียบเทียบ แต่เมื่อทดสอบทางสถิติแล้วไม่พบความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ
4. ผลต่างค่าเฉลี่ยของระดับน้ำตาลสะสมในเลือด (หลัง-ก่อน) พบว่ากลุ่มทดลองมีผลต่างของค่าเฉลี่ยเท่ากับ -1.93 (SD=1.50) ขณะที่กลุ่มควบคุมมีผลต่างค่าเฉลี่ยเท่ากับ -0.85 (SD=1.29) เมื่อเปรียบเทียบผลต่างค่าเฉลี่ยของระดับน้ำตาลสะสมในเลือดระหว่างกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุม พบว่าผลต่างค่าเฉลี่ยของระดับน้ำตาลสะสมในเลือดก่อนและหลังได้รับโปรแกรมส่งเสริมสมรรถนะแห่งตนผ่านแอปพลิเคชันไลน์ของกลุ่มทดลองลดลงมากกว่ากลุ่มควบคุมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 (t=-2.74, ?=1.08; 95% CI: 0.29–1.88, p<.01)
สรุปและข้อเสนอแนะ (Conclusion and Recommendations)
ข้อสรุป: โปรแกรมการส่งเสริมสมรรถนะแห่งตนผ่านแอปพลิเคชันไลน์ ส่งเสริมให้ผู้ป่วยเบาหวานที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ได้ เกิดการรับรู้สมรรถนะแห่งตนในการปฏิบัติพฤติกรรมการป้องกันการเกิดแผลเบาหวานที่เท้าได้อย่างถูกต้องและส่งผลให้ระดับน้ำตาลสะสมในเลือดลดลงเป็นอย่างดี
ข้อเสนอแนะ: ควรมีการศึกษาต่อเพิ่มเติมในผู้ป่วยเบาหวานที่ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดไม่ได้กลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเกิดแผลที่เท้า เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีโอกาสเกิดแผลเบาหวานที่เท้าได้ง่าย รุนแรง ติดเชื้อ และถูกตัดอวัยวะมากกว่ากลุ่มอื่น ทั้งนี้ควรศึกษาปัจจัยทางคลินิกที่เกี่ยวข้องเพิ่มเติม เช่น ภาวะเส้นประสาทส่วนปลายเสื่อม การไหลเวียนเลือดส่วนปลาย รวมทั้งศึกษารูปแบบการติดตามให้ชัดเจน เช่น ความถี่ในการตรวจเท้า การให้คำแนะนำเฉพาะรายและการส่งต่อการรักษา โดยข้อมูลที่ได้สามารถนำไปใช้พัฒนาแนวทางคัดกรองและแผนการดูแลเชิงรุกที่ปฏิบัติได้จริงในคลินิก เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ป่วยเบาหวานเกิดแผลเบาหวานที่เท้าซ้ำ
เป็นนวัตกรรม (Innovation)
มีการเผยแพร่ (Published)